ปั่นเพื่อช้าง หารายได้ในการช่วยเหลือช้างไทย

Kzcispกิจกรรมปั่นจักรยานเสือภูเขาการกุศลโดยรายได้ทั้งหมดหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมต่างๆในการช่วยเหลือช้างไทย โดยในเส้นทางที่ท่านจะได้ผจญภัยและจะได้สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขาแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับเป้าหมายหลักในการจัดกิจกรรมปั่นจักรยานเสือภูเขาการกุศลในครั้งนี้ เพื่อหารายได้สนับสนุนในการทำกิจกรรมต่างๆเพื่อช่วยเหลือช้างไทยของศูนย์บริบาลช้าง หรือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อของ Elephant Nature Park ซึ่งเป็นสถานที่พักพิงของช้างที่เคยทำงานหนักในอดีตและช้างพิการต่างๆจำนวนมากกว่า 36 เชือก

ปัจจุบันช้างเหล่านี้ได้อยู่อาศัยอย่างสงบสุขและเป็นอิสระตามธรรมชาติ และได้รับการดูแลจากทางศูนย์บริบาลช้างเป็นอย่างดี ซึ่งศูนย์บริบาลช้างแห่งนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาแม่แตงที่มีแม่น้ำไหลผ่านตลอดทั้งปีใน อ.แม่แตง ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของ จ.เชียงใหม่ และเป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์ที่สวยงาม และยังมีป่าตามธรรมชาติที่สามารถพาช้างไปเดินเล่นและหาอาหารได้ นอกจากนี้ทางมูลนิธิฯ ยังมีเป้าหมายที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เพื่อสร้างความตระหนักให้กับสังคมไทยให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับช้างไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเพื่อให้คนในสังคมได้เห็นถึงความสำคัญของช้างไทยที่กำลังใกล้จะสูญพันธ์ในปัจจุบัน รวมทั้งเป็นการกระตุ้นให้ทุกฝ่ายได้หันมาให้ความสนใจในการช่วยเหลือช้างไทยต่อไป

นอกจากที่ทีมนักปั่นทุกท่านจะได้ผ่อนคลายอริยาบทริมแม่น้ำแม่แตงแล้ว ท่านยังจะได้มีโอกาสในการใช้เวลาเล่นน้ำกับช้าง ช่วยกันอาบน้ำให้ช้าง และให้อาหารช้าง รวมทั้งยังเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้พฤติกรรมของช้างอย่างใกล้ชิดด้วย สำหรับทีมจักรยานเสือภูเขาที่จะจัดตั้งขึ้นแต่ละทีมจะต้องประกอบไปด้วยสมาชิกจำนวน 4 ท่าน แต่ละทีมที่เข้าแข่งขันจะต้องหาผู้สนับสนุนของแต่ละทีมด้วยตนเอง แต่หากท่านสนใจจะบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนทีมปั่นจักรยานเสือภูเขาการกุศลของมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้านขอขอบพระคุณอย่างสูงมา ณ ที่นี้ สำหรับทุกๆท่านที่มีส่วนในการสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้

องค์กรสาธารณประโยชน์กับการพัฒนาการทางสังคม

องค์กรสาธารณประโยชน์ หรือชื่อที่คนทั่วไปรู้จักกันว่า “องค์กรพัฒนาเอกชน” ในภาษาอังกฤษคือ (Non Government Organizations : NGOs) ได้ก่อกำเนิดในสังคมไทยมาช้านาน และมีพัฒนาการที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ควบคู่กับพัฒนาการทางสังคม ทั้งนี้การทำความเข้าใจถึงกระบวนการทำงานขององค์การสาธารณประโยชน์ ความเข้าใจและการยอมรับของประชาชนต่อบทบาทขององค์การสาธารณประโยชน์ ประชาชนรับรับรู้ในฐานะของผู้ใจบุญ โดยประชาชนจำนวนหนึ่งพิจารณาจากข้อมูลข่าวสารที่ปรากฎผ่านสื่อมวลชน โดยเฉพาะมูลนิธิบางแห่งเน้นการบริจาคทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือการที่บุคคลมีฐานะทางสังคมได้สมัครเป็นอาสาสมัครของมูลนิธิกู้ภัย เป็นต้น การรับรู้ในฐานะของอาชีพหนึ่งโดยประชา -ชนกลุ่มหนึ่งมีมุมมองว่าบุคลากรขององค์การสาธารณประโยชน์ เป็นอาชีพหนึ่ง ๆ ซึ่งมีผลประโยชน์ตอบแทน ในรูปของเงินเดือน เงินสวัสดิการต่าง ๆ และต้องทำงานไปตามวัตถุประสงค์ขององค์กรนั้น ๆ

สามารถสรุปได้ว่า องค์การสาธารณประโยชน์มีการดำเนินงานมาเป็นระยะเวลานาน และมีรูปแบบกิจกรรมค่อนข้างหลากหลาย ในปัจจุบันไม่สามารถระบุจำนวนที่แน่ชัดได้ กลุ่มที่เข้มแข็งมีมากกว่า 1,000 องค์กร แหล่งทุนที่สนับสนุนมีทั้งภาครัฐ หน่วยงานราชการและแหล่งทุนจากต่างประเทศในด้านของบทบาทและรูปแบบของกิจกรรม พบว่าหลากหลายมาก อาทิเช่น การรณรงค์ การจัดสัมมนา การพิมพ์เอกสาร การประชุมชาวบ้าน การรณรงค์เพื่อรับการสนับสนุนต่างๆ เช่น การระดมทุน การรวบรวมรายชื่อเพื่อออกกฎหมาย ฯลฯ และโดยมากรูปแบบของกิจกรรม มักเป็นไปในทางเดียวกับ ปรัชญา วิสัยทัศน์ และ วัตถุประสงค์ขององค์กร อย่างไรก็ตามในระยะหลังจะมีองค์การสาธารณประโยชน์เน้นงานเชิงเครือข่ายเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงมีลักษณะของการร่วมมือด้านเครือข่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้ว่าบางเครือข่ายจะไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์กรโดยตรงทางด้านความร่วมมือ ระหว่างองค์การสาธารณประโยชน์กับหน่วยงานราชการ พบว่ามีความร่วมมือกันมากขึ้นโดยพิจารณาจาก ตัวชี้วัดสำคัญคือ อัตราเพิ่มของงบประมาณที่หน่วยงานราชการให้การสนับสนุน รวมถึง การสร้างกระบวนการ การปรับกลไกให้เอื้อต่อการทำงานขององค์การสาธารณประโยชน์ รวมถึงมีความพยายามปรับรูปแบบของการกำกับ ควบคุม มาเป็นการสนับสนุน และการทำงานร่วมกัน

องค์กรกับการแบ่งปันความสุขสู่สังคมไทยอย่างสม่ำเสมอ

ด้วยตระหนักถึงว่าองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย จึงให้ความสำคัญในการพัฒนาสังคมในด้านต่างๆ ซึ่งจะนำไปสู่ การเจริญเติบโตของประเทศ องค์กรจึงให้ความสำคัญในการดูแลสังคม ให้การช่วยเหลือเกื้อกูลชุมชนและสังคมให้มีความเป็นอยู่ที่ดี ให้ความเคารพและเรียนรู้วัฒนธรรมในชุมชนท้องถิ่น เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและพัฒนาส่งเสริมนวัตกรรมการ ผลิต ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างรู้ค่าในองค์กร สนับสนุนให้ชุมชนและสังคมดูแลใส่ใจสิ่งแวดล้อมร่วมกับ องค์กร สนับสนุนให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชน ร่วมสร้างความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างองค์กรและชุมชน ส่งเสริมการจ้างงานในท้องถิ่นให้มีโอกาสได้ร่วมงานกับองค์กร ดูแลพัฒนาชุมชนและสังคมในทุกๆด้านร่วมกัน

องค์ก ได้ตระหนักถึงภารกิจสำคัญที่นอกเหนือไปจากการทำธุรกิจ โดยมิได้มุ่งหวังเพียงการสร้างความสำเร็จให้กับองค์กรในด้านรายได้เท่านั้น แต่ยังมุ่งสร้างพันธกิจระหว่าง องค์กร สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้สามารถเจริญเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างแข็งแกร่งและมั่นคง เพราะธุรกิจและองค์กรเป็นส่วนหนึ่งในการอยู่ร่วมกันในสังคม องค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน จึงต้องดำเนินกิจกรรมทางด้านธุรกิจพร้อมๆไปกับการสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ด้วย จึงนำมาซึ่งการดำเนินโครงการเพื่อสนับสนุนช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ รวมทั้งโครงการเพื่ออนุรักษ์ดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

ความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านนี้ คือ การดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ ได้มีการกำหนดนโยบายและการดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นการดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งผู้ถือหุ้น ลูกค้า ผู้บริโภค คู่ค้า อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ตระหนักในความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) ในส่วนของพนักงานนั้น บริษัทได้ดูแลพนักงาน โดยยึดหลักการบริหารค่าจ้างด้วยความเป็นธรรม มีความเหมาะสมต่อการครองชีพอย่างเป็นสุข มีการสนับสนุนเงินในรูปแบบของเงินช่วยเหลือและเงินกู้สวัสดิการต่างๆ รวมถึงสวัสดิการทางด้านอื่นๆ อีกมากมาย เช่น เครื่องแบบพนักงาน การตรวจสุขภาพประจำปี การท่องเที่ยวประจำปี ฯลฯ ควบคู่กับการส่งเสริมให้พนักงานมีดุลยภาพในการดำเนินชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว ตามแนวทางปรัชญาของหลักเศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้งเพื่อเป็นแนวทางในการสร้างนิสัยการออมให้กับพนักงาน บริษัทได้เข้าร่วมโครงการ Happy Money ของทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้พนักงานได้มีวินัยทางด้านการเงินและมีหลักในการบริหารการเงินของตนเองและครอบครัว รวมถึงการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาทางการเงินให้กับพนักงาน นอกจากนี้ยังให้พนักงานมีส่วนร่วมในการช่วยประหยัดไฟฟ้า กระดาษ เพื่อลดการใช้พลังงานและร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

การที่องค์กรภาคธุรกิจทั้งเล็กหรือใหญ่หันมาใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยการให้เงินบริจาค การสนับสนุนหรือสร้างสรรค์กิจการรมต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เสมือนการ ‘คืนกำไร’ ให้กับสังคม ซึ่งแตกต่างจาก “ธุรกิจเพื่อสังคม” ซึ่งตั้งต้นว่ากิจการนี้เกิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมตั้งแต่แรกเริ่ม

บทบาทขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในประเทศไทย

องค์กรการกุศลเป็นประเภทหนึ่งขององค์กรที่มีบทบาทเป็นอย่างสูงต่อการพัฒนาประเทศซึ่งมีด้วยกันดังนี้ 1.ให้บริการที่ภาคเอกชนหรือภาครัฐเองไม่สามารถเป็นผู้ให้บริการได้อย่างทั่วถึง 2.ช่วยเหลอืภาครฐัเพ่อืให้บรรลุเป้าหมายในการพฒั นาประเทศ 3.ช่วยเป็นปากเป็นเสียงให้แก่ภาคประชาชน 4.ช่วยในการตรวจสอบถึงความโปร่งใสในการดำเนินนโยบายของภาครัฐ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติที่มีหลักธรรมคำสอนที่เกี่ยวข้องกับการให้ทานและความเชื่อในเรื่องของการให้ ดังนั้นการบริจาคส่วนใหญ่ของคนไทยจึงเกี่ยวข้องกับการทางศาสนามากกว่าการให้ประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญด้วยเงิน การตักบาตร การทำสังคทาน

ดังนั้น ภาครัฐควรจะมีบทบาทมากขึ้นในการเป็นผู้สนับสนุนการทำนุบำรุงทางศาสนาเพราะจะส่งผลในการกระตุ้นให้คนไทยอยากทำบุญทางศาสนามากขึ้นและภาครัฐควรที่จะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการสร้างทุนทางสังคม ในชุมชนซึ่งจะเป็นปัจจัยกระตุ้นอีกอย่างหนึ่งในการสนับสนุนพฤติกรรมการบริจาคของคนไทยอีกด้วย นอกจากนี้ ในด้านขององค์กรไม่แสดงหสผลกำไร จำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการโดยควรให้ความสำคัญในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน อย่างเช่น โครงสร้างเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบการขององค์กรที่สามารถนำมาสู่การได้รับเงินบริจาคทั้งจากในประเทศและนอกจากนี้ทางองค์กรควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของเจ้าหน้าที่ในการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และอีกทั้ง องค์กรไม่แสวงหากำไรควรเข้าไปสนับสนุนในโครงการที่ประชาชนผู้ด้วยโอกาสไม่ได้รับอย่างเท่าเทียมโดยการเข้าไปมีบทบาทในการพัฒนาด้วย

ดังนั้น นอกจากบทบาทในการดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาสังคมแล้ว องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรยังจำเป็นต้องแน่ใจว่า เงินบริจาคที่เข้ามาในองค์กรนั้นถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดและเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง โดยรัฐบาลควรกำหนดมาตรการในการกำกับดูแลประสิทธิภาพของการใช้เงินขององค์กรไม่แสดงหาผลกำไรอย่างเคร่งครัดและโปร่งใส เพราะยังมีองค์กรไม่แสดงหาผลกำไรเป็นจำนวนมาก ยังไม่ได้มีการเปิดเผยสถานะของการใช้เงินบริจาคที่ได้รับมากเท่าที่ควร

 

เทคโนโลยีช่วยในการพัฒนาองค์กร เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว


เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและมีราคาลดลงอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับในอดีตที่ผ่านมา ได้ทำให้ผู้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกวันและได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งที่จำเป็นต่อการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจในปัจจุบัน เทคโนโลยีเหล่านี้ ได้แก่ อินเทอร์เน็ต การประชุมวิดีโอทางไกล ระบบเครือข่าย และระบบสารสนเทศเพื่อการวิเคราะห์และตัดสินใจ

เทคโนโลยีเหล่านี้ยังถือว่าเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาองค์กรในอนาคต ดังจะเห็นได้จากเดฟ อุลริช ปรมาจารย์ทางด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ระบุว่าเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่จะมีบทบาทสำคัญต่อการแข่งขันธุรกิจในอนาคต เช่นเดียวกันกับ คัมมิ่ง และเวอร์รี่ ผู้เชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาองค์กรและการบริหารการเปลี่ยนแปลงได้จัดให้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร เทคโนโลยีที่ใช้กันในปัจจุบันจึงถือว่าเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูล การแก้ไขเปลี่ยนแปลง การเรียกดูข้อมูล การประมวลผล การใช้งานร่วมกันแบบหลาย ๆ คน และการวิเคราะห์ข้อมูลทำได้ง่ายขึ้น มีค่าใช้จ่ายต่ำลง เพิ่มคุณค่าและประโยชน์ในการใช้งานข้อมูล และสารสนเทศที่ได้มาจะมีคุณภาพในการนำไปวิเคราะห์และใช้งานเพิ่มมากขึ้น

การพัฒนาโครงสร้างการบริหาร
ในปัจจุบันหลาย ๆ องค์กรให้ความสนใจกับการพัฒนาองค์กร โดยเฉพาะการปรับปรุงโครงสร้างการบริหาร บ้างก็ยุบรวมหน่วยงาน บ้างก็แยกหน่วยงานออกมา บ้างก็ตั้งหน่วยงานกลางขึ้นมาสนับสนุนและประสานงาน ซึ่งในอดีตเราอาจจะต้องมีทีมงานขึ้นมาทำหน้าที่เป็นพิเศษและต้องใช้เวลาหลายวันหรือเป็นสัปดาห์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

แต่ในปัจจุบันมีซอฟต์แวร์หลาย ๆ บริษัทที่พัฒนาการใช้งานในด้านของการจัดโครงสร้างองค์กรขึ้นมา โดยให้ผู้บริหารสามารถทดลองปรับเปลี่ยนองค์กรเพียงแค่คลิกเมาท์แล้วไปวางหน่วยงานที่ต้องการไปยังตำแหน่งที่ต้องการ ข้อมูลต่าง ๆ ของหน่วยงานนั้น ๆ ทั้งหมดก็จะถูกปรับเปลี่ยนไปทั้งข้อมูลตำแหน่ง ข้อมูลหน่วยงาน และข้อมูลผู้บังคับบัญชาโดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้บริหารสามารถประเมินผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรได้ง่ายและชัดเจนมากยิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่าการนำเอาเทคโนโลยีไปใช้จะช่วยในการพัฒนาองค์กร เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และคาดการณ์ได้ยากอย่างปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีไปใช้ในการพัฒนาองค์กรให้สำเร็จก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของปัจจัยภายในองค์กรหลายด้าน ได้แก่ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูลและสารสนเทศ ฐานข้อมูล ระบบเครือข่ายการสื่อสาร ความซับซ้อนของกระบวนการทำงาน บุคลากรที่ทำงานเกี่ยวกับระบบสารสนเทศ และที่สำคัญคือผู้ใช้ โดยต้องอาศัยการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่ดี เพื่อให้ผู้ใช้เกิดการยอมรับและใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ